วิชา กิจกรรมแนะแนว(กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน) ชั้นประถมศึกษาปีที่2 ภาคเรียนที่1 ปีการศึกษา 2564

คอร์สที่อยากเรียน Share
Share Course
Page Link
Share On Social Media

เกี่ยวกับคอร์ส

กิจกรรมแนะแนว เป็นกิจกรรมที่เสริมและพัฒนาผู้เรียนให้รู้จักตนเอง  รู้รักษ์สิ่งแวดล้อม สามารถคิดตัดสินใจ คิดแก้ปัญหา กำหนดเป้าหมาย วางแผนชีวิตทั้งด้านการเรียน และ สามารถปรับตนได้อย่างเหมาะสม  นอกจากนี้ยังช่วยให้ครูรู้จัก และเข้าใจผู้เรียน  ทั้งยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยเหลือ  และให้คำปรึกษาแก่ผู้ปกครองในการมีร่ววมพัฒนาผู้เรียน

What Will You Learn?

  • มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึ่งประสงค์ เห็นคุณค่าของตนเอง มีวินัยและปฏิบัติตนตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถือ ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
  • มีความรู้ ความสามารถในการสื่อสสาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้เทคโนโลยี และมีทักษะชีวิต
  • มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี มีสุขนิสัย และรักการออกกำลังกาย
  • มีความรักชาติ มีจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดมั่นในวิถีชีวิตและการปกครองตามระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
  • มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย การอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อมมีจิตสาธารณะที่มุ่งทำประโยชน์และสร้างสิ่งที่ดีงามในสังคม และอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข

Course Content

แนะแนวนำกิจกรรมแนะแนวระดับชั้นป2
การแนะแนวในชั้นของชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 เป็นการช่วยเหลือให้นักเรียนสามารถพัฒนาตนเองในทุกด้านอย่างเต็มที่ เช่นการเข้าใจตนเอง เข้าใจสิ่งแวดล้อม การปรับตัวได้อย่างเหมาะสม เมื่อพบกับปัญหาก็กล้าที่จะเผชิญกับปัญหานั้นและหาวิธีการแก้ไขได้ หรือกล้าตัดสินใจด้วยตนเองอย่างมีเหตุผล

  • แนะแนวกิจกรรมแนะแนวระดับชั้น ป.2

การสำรวจตัวเอง
การรู้จักตนเอง หมายถึง การเข้าใจตนเอง รู้จักอุปนิสัยใจคอตนเอง มีความรับผิดชอบต่อกาารกระทำของตน สามารถที่จะควบคุมความรู้สึกของตนเองได้ อุปสรรค์ที่ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่มีความสุข และไม่ประสบความสำเร็จ คือการไม่รู้จักตนเอง หรือไม่เข้าใจตนเอง นักเรียนมองตนเองตรงกับความเป็นจริง จะทำให้การดำเนินชีวิตเป็นไปอย่างมีความหวัง จะเป็นคนกระตือรือร้น ถ้าห่างไกลจากความเป็นจริง มักจะประสบความผิดหวังในตนเอง และผู้อื่น ทำให้มองตนเองและผู้อื่นในแง่ลบ มีเพื่อนน้อย คบหาสมาคมกับใครๆ ก็ยาก คนที่เข้าใจตนเองในทางดี จะมีมีความรู้สึกนึกคิดที่ดีต่อตนเอง จะมีพฤติกรรมในทงบวก เช่น มีความเชื่อมันในตนเอง เห็นคุณค่าในตนเองและยอมรับตนอง เป็นคนที่มีความรับผิดชอบ

นิสัยของฉัน
ลักษณะนิสัยเป็นคุณลักษณะที่มีอยู่ภายในตัวเองของแต่ละบุคคล แต่ละครมีความแตกต่างกันทำให้การแสดงออกของบุคคลแตกต่างกันไปด้วย ซึ่งลักษณะนิสัยนี้จะเป็นเครื่องเสริมบุคลิกภาพภายนอกของบุคคลจึงทำให้เกิดการแสดงออกทางพฤติกรรมต่าง ๆ เช่น ทำให้เกิดความมั่นใจตนเอง ความมีน้ำใจ ความกระตือรือร้น ความคิดเริ่มสร้างสรรค์ ความร่าเริงแจ่มใส ความเมตตากรุณา การมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี การจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ การพูดจาด้วยน้ำเสียงสุภาพ การแต่งกายสุภาพเรียบร้อย จากการที่มีนิสัย ที่แตกต่างกันนี้เกิดจากปัจจัยหลายด้าน ได้แก่ พันธุกรรม สิ่งแวดล้อม ประสบการณ์และวัฒนธรรม

ความภูมิใจในตนเอง
ความภูมิใจในตนเองเป็นสภาวะที่ก่อให้เกิดความเข้มแข็งของจิตใจและความโดดเด่นในการดำเนินชีวิต อันมีพื้นฐานของสุขภาพจิตที่ดี เด็กที่มีความภาคภูมิใจในตนเองต่ำนับว่ามีความพิการทางบุคลิกภาพไม่แพ้เด็กที่มีความพิการทางร่างกาย เพราะเด็กที่มีความภูมิใจในตนเองต่ำจะประสบความล้มเหลวในชีวิตทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการเรียนและด้านมนุษย สัมพันธ์ ความภูมิใจในตนเองจะเกิดขึ้นเมื่อบุคคลมีความรู้สึกที่ดีต่อตนเอง เด็กที่มีความภาคภูมิใจในตนเองสูงจะสัมพันธ์กับผู้อื่นได้เป็นอย่างดี ทำงานได้อย่างอิสระ ไม่ต้องพึงพาคนอื่น ทำงานด้วยความกระตือรือร้น ส่วนเด็กที่ขาดความภาคภูมิใจในตนเอง หรือมีความภาคภูมิใจในตนเองต่ำจะพยายามหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ทำให้เกิดความวิตกกังวล มีความรู้สึกกว่าผู้อื่นไม่เห็นคุณค่า หรือความสำคัญของตน เป็นคนที่จะไม่ค่อยแสดงอารมณ์และความรู้สึก

จุดเด่นของฉัน
คนเราทุกคนมีลักษณะพิเศษ และความสามารถประจำตัวของตนเอง คนเราควรนำความสามารถที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์

ความกล้าแสดงออก
การกล้าแสดงออก เป็นพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการกล้าแสดงความคิดเห็น ความรู้สึก หรือความต้องการของตนเองให้ผู้อื่นรับรู้และกล้าที่จะปฏิเสธด้วยวิธีตรงไปตรงมา และไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน

ความไว้วางใจ
ความไว้วางใจ หมายถึง ความไว้เนื้อเชื่อใจที่เรามีต่อบุคคลอื่น การเป็นบุคคลที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้อื่น ถือว่าเป็นคุณสมบัติสำคัญ สูงสุดในการเป็นผู้นำ ความไว้วางใจเป็นรากฐานของความสัมพันธ์อันดี

การสร้างเป้าหมายในการเรียน
การปฎิบัติภารกิจใดให้ประสบความสำเร็จได้ขึ้นอยู่กับผู้ปฎิบัตินั้นมีเป้าหมายแล้วหรือยังและเป้าหมายนั้นมีความชัดเจนหรือไม่ หากนักเรียนต้องการประสบความสำเร็จในการเรียน ควรเรียนรู้ที่จะแบ่งเป้าหมาย เช่น 1. เป้าหมายที่จะให้บรรลุความมสำเร็จตามลำดับอย่างต่อเนื่อง 2. เป้าหมายที่เจาะจงที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในอนาคต 3.บันทึกเป้าหมายและการปฏิบัติ ลงในสมุดบันทึกเป็นระยะ เพื่อชี้แนะและการกระตุ้นเตือนตัวเองถึงเป้าหมายที่ต้องทำ

ความสำคัญของการสอบ
การเตรียมตัวสอบ คือ การเรียนอย่างมีระบบมาตั้งแต่ต้น ได้แก่ การที่นักเรียนรู้จักวิธีการที่จะศึกษาเอกสารการสอนอย่างมี ประสิทธิภาพ มีการควบคุม หรือกำกับตนเองให้ศึกษาตามตารางเวลาเรียน และแผนการเรียนของตนเองอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ มีการทบทวนก่อนการสอบจนกระทั่งมีความเข้าใจที่ชัดเจนในเนื้อหาวิชาที่ศึกษา

การใช้เวลาอย่างมีประโยชน์
เวลาเป็นสิ่งที่มีค่า เมื่อมีเวลาว่างนักเรียนควรทำสิ่งที่เป็น ประโยนช์ต่อตนเอง ครอบครัวและสังคม ถ้ามีเวลาว่างควรทำกิจกรรมที่ทำให้ชีวิตเราไม่น่าเบื่อ ดังต่อไปนี้ 1.หางานอดิเรก งานนี้ต้องเป็นงานที่สร้างสรรค์และต้องไม่มีเป้าหมายมาผูกพัน เป็นสิ่งที่ทำแล้วรู้สึกมีความสุข 2. ศึกษาความถนัดของตน เพื่อประเมินค่าของตัวเอง ว่าทำอะไรได้บ้าง เช่น บางคน ชอบวาดรูป ชอบเรียนภาษา ชอบเรียนศิลปะป้องกันตัว แล้วเลือกทำสิ่งที่ตนชอบ 3. การออกกำลังกาย ทำให้มีสุขภาพดี อารมณ์ดี เช่น เล่นโยคะ 4.อ่านหนังสือ การอ่านหนังสือเล่มที่โปรด จะเป็นงานอดิเรกที่ดีที่สุด 5.เล่นเกมส์ การเล่นเกมส์บางชนิดทำให้เครียด 6.ประดิษฐ์อะไรสักอย่าง ที่เกิดจากความคิดของเราเอง 7. ทำขนม ฟังเพลง การเย็บปักถักร้อย เป็นต้น 8. เขียนบันทึก เมื่อเวลาผ่านไปสักระยะแล้วเอามาอ่านจะได้ประสบการณ์ดีๆ จากที่บันทึกไว้

การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์
การที่มนุษย์สามารถสร้างผลผลิตใหม่ ๆ ได้ เกิดจากคิดกว้างไกล มีจินตนาการ และค้นหาวิธีการใหม่ๆในการประดิษฐ์คิดค้นอยู่เสมอ เกิดความคิดสร้างสรรค์ รู้จักใช้ทรัพยากรอย่างประหยัดและคุ้มค่าให้เกิดประโยชน์สูงสุด

การพึ่งพาตนเอง
การพึ่งพาตนเอง (ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง) ตามแนวทฤษฎีใหม่ของในหลวง ร.9 เกี่ยวกับแนวเศรษฐกิตพอเพียงหรือเศรษฐกิจพึงพาตนเองได้ คือ ความสามารถในการดำรงชีวิตได้อย่างไม่เดือดร้อน มีความเป็นอยู่อย่างพอประมาณ ประกอบอาชีพ ทำกิจกรรมที่เหมาะสมกับตนเอง และสามารถพึ่งพาตนเองได้

การทำงานร่วมกับผู้อื่น
การทำงานเป็นทีม คือ การร่วมกันทำงานของสมาชิกที่มากกว่า1คน โดยสมาชิกทุกคนนั้นจะต้องมีเป้าหมายเดียวกัน ว่าทุกคนจะทำอะไรและทุกคนต้องยอมรับรวมมือกัน มีการว่างแผนทำงานร่วมกัน

การพัฒนาความคิดเชิงเหตุผล
ชีวิตประจำวันย่อมพบกับสถานการณ์ที่ชื่นชอบและไม่ชื่นชอบ ในสถานการณ์อย่างเดียวกัน บางคนชอบ บางคนไม่ชอบ การฝึกให้คิดและผู้รู้ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการชอบและไม่ชอบเป็นพื้นฐานในการคิดอย่างมีเหตุผลและรู้จักตัดสินใจเลือกการกระทำในโอกาสต่อไป

Student Ratings & Reviews

No Review Yet
No Review Yet